เพราะความสวยรอไม่ได้และเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา การตัดสินใจเดินเข้าคลินิกเสริมความงามในแต่ละครั้ง เราจึงมักไม่ได้คาดหวังเพียงแค่การยกกระชับหน้าด้วยการทำอัลเทอร่าเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยากเติมฟิลเลอร์ให้หน้าฉ่ำ โบกโบท็อกซ์ให้หน้าเรียว หรือฉีดเมโซหน้าใสไปพร้อมกันในคราวเดียว อย่างไรก็ตาม การประโคมทุกหัตถการลงบนใบหน้าพร้อมกันอาจไม่ใช่ไอเดียที่ดีเสมอไป เพราะหากเรียงลำดับผิดขั้นตอน จากความปังก็อาจกลายเป็นพังได้ง่าย ๆ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า หากต้องการทำ Ulthera ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ควรจัดลำดับงานผิวอย่างไรให้คุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ทำไมลำดับขั้นตอนทำอัลเทอร่าถึงสำคัญ?
เหตุผลที่การจัดลำดับขั้นตอนการทำอัลเทอร่ามีความสำคัญอย่างมาก นั่นเป็นเพราะหลักการทำงานของเครื่องที่ใช้การส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงลงลึกไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นผิวชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า โดยพลังงานนี้จะเปลี่ยนเป็นความร้อนเพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ดังนั้น หากเราเพิ่งฉีดฟิลเลอร์ซึ่งเป็นสารเติมเต็มที่สามารถสลายตัวได้เมื่อโดนความร้อน แล้วไปทำ Ulthera ซ้ำลงไปทันที ความร้อนจากตัวเครื่องอาจส่งผลให้ฟิลเลอร์สลายตัวหรือเกิดการผิดรูปจนเสียของได้
สูตรลับจัดลำดับการทำอัลเทอร่าอะไรก่อน อะไรหลัง?
มาลองดูสูตรลับการจัดลำดับการทำหัตถการต่าง ๆ ควบคู่กับการทำอัลเทอร่ากันบ้าง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและช่วยให้คุณวางแผนอัปความสวยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราได้แบ่งหมวดหมู่เพื่อนร่วมแก๊งของ Ulthera มาให้แล้วว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลัง ดังนี้
1. สายเครื่องยกกระชับ (Ulthera + Thermage / Hifu)
หากคุณเป็นสาย Maximize ที่ต้องการทั้งการยกกระชับโครงหน้าและเก็บงานผิวให้ละเอียดเรียบเนียน การทำ Ulthera ควบคู่กับ Thermage ถือเป็นสูตรยอดฮิตที่เหล่าดาราและเซเลบริตี้เลือกใช้ ซึ่งสามารถทำร่วมกันได้เลยภายในวันเดียวกัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคุณหมอจะเลือกทำ Ulthera ให้ก่อน หรืออาจสลับตามเทคนิคเฉพาะตัว เพื่อให้พลังงานจากทั้งสองเครื่องทำงานเสริมประสิทธิภาพกันในชั้นผิวที่แตกต่างได้อย่างลงตัว
2. สายฉีดลดริ้วรอย (Ulthera + Botox)
คู่นี้ถือเป็นคู่กิ่งทองใบหยกของวงการหน้าเรียว เพราะ Ulthera จะทำหน้าที่ยกแก้มที่หย่อนคล้อย ส่วนโบท็อกซ์จะเข้ามาช่วยลดกรามและริ้วรอยบริเวณหางตา
- ลำดับที่แนะนำ ควรทำอัลเทอร่าให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยฉีดโบท็อกซ์ต่อทันที
- ข้อควรระวัง แต่ถ้าหากคุณเพิ่งฉีดโบท็อกซ์มา ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จึงจะเริ่มทำ Ulthera ได้
- เหตุผล เนื่องจากความร้อนจากเครื่อง Ulthera อาจส่งผลให้ตัวยาโบท็อกซ์กระจายตัวผิดจุด หรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกตินั่นเอง
3. สายเติมเต็ม (Ulthera + Filler)
สำหรับคู่นี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะฟิลเลอร์บางชนิดอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน จึงควรให้แพทย์ประเมินลำดับการทำหัตถการ โดยควรเริ่มจากการทำ Ulthera เพื่อยกโครงหน้าให้เข้าที่เสียก่อน จากนั้นรอให้ผิวเซตตัวประมาณ 2-4 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยมาเติมฟิลเลอร์เพื่อเก็บรายละเอียดในจุดที่ยังขาด ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำตามลำดับนี้จะช่วยให้เราเห็นสัดส่วนใบหน้าที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ไม่ต้องใช้ฟิลเลอร์สิ้นเปลืองเกินความจำเป็น
4. สายงานผิว (Ulthera + Rejuran / Skin Booster / Meso)
สำหรับใครที่อยากให้หน้าดูยกกระชับไปพร้อม ๆ กับงานผิวที่ฉ่ำวาว จะต้องจัดสรรเวลาให้ดี โดยลำดับที่แนะนำควรทำเช่นเดียวกับการทำโบท็อกซ์ คือแนะนำให้ทำอัลเทอร่าให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงตามด้วยงานฉีดเมโซหรือรีจูรัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตัวยาได้รับการบำรุงในผิวชั้นบน หลังจากที่โครงสร้างผิวชั้นล่างถูกยกกระชับขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าหากเป็นในกรณีที่เผลอไปฉีดงานผิวมาก่อนแล้ว แนะนำให้พักหน้าสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวพร้อมสำหรับการยิงเครื่องยกกระชับในขั้นตอนถัดไป
การตัดสินใจทำหัตถการ นอกจากจะต้องมีงบประมาณที่พร้อมแล้ว กลยุทธ์ในการเลือกทำก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งการเลือกทำอัลเทอร่าถือเป็นพื้นฐานในการยกกระชับใบหน้า แล้วจึงค่อยเสริมด้วยหัตถการอื่น ๆ ตามลำดับที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ และคุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่จ่ายไป
